ใครที่ตามบล๊อกไปเรื่อย ๆ ก็คงรู้ดีว่า ผมเอง เป็นคนที่บริจาคเลือดบ่อย
 
แต่บริจาคเท่าที่มีเวลาเนอะ บางทีก็ 6 เดือน ที ประมาณนี้
 
ส่วนใครที่จะบริจาคเลือดละก็ จันทร์นี้ (13/11/54) 
 
ที่สยามพารากอน เปิดให้บริจาคเลือดกันได้แล้ว 
 
แต่เดี๋ยวก่อน ใครบริจาคครั้งแรก จะทำยังไงดีเนอะ
 
งั้นมาอธิบายกันดีกว่าเนอะ ต้องขอบคุณ สภากาชาตไทย ด้วยครับ ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล
 
 

การบริจาคโลหิต มันคืออะไร

คือ การเก็บโลหิตจากผู้มีความประสงค์จะบริจาค

แล้วนำโลหิตดังกล่าว ผ่านขบวนการคัดกรอง

หากมีคุณสมบัติที่ดีจะถูกนำไปเก็บในธนาคารโลหิต หรือส่งไปยังโรงพยาบาลต่างๆ

เพื่อนำออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน 

การบริจาคโลหิต สามารถทำได้ทุกๆ 3 - 4 เดือน

ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายของบุคคลที่จะบริจาค

ซึ่งผู้บริจาคจะต้องมีคุณสมบัติ ประกอบกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

ซึ่งมีหน่วยเคลื่อนที่บริการในการรับบริจาคโลหิต

หรือสามารถบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคประจำจังหวัด 

 

เห็นความหมายกันแล้ว เตรียมตัวยังไงดี มาดูกันต่อ

 

เตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

เพื่อที่ผู้บริจาค จะไม่ต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็น ในการรอบริจาค

ผู้บริจาคควรสำรวจตนเองว่า มีคุณสมบัติเพียบพร้อมสำหรับการบริจาคหรือไม่

ซึ่งผู้บริจาค ควรมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

  1. เป็นผู้มีอายุระหว่าง 17 - 60 ปี
  2. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป
  3. ไม่มีประวัติการเป็นโรคมาราเลีย ในระยะ 3 ปี
  4. ไม่มีประวัติเป็นตบอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
  5. ผู้หญิง ไม่อยู่ในระยะประจำเดือน(เมนมา) หรือ มีครรภ์
  6. ไม่ควรบริจาคหลังทำการผ่าตัด ในระยะ 6 เดือน
  7. ผู้เคยรับโลหิตงดบริจาค 1 ปี
  8. งดสูบบุหรี่ก่อนบริจาค 12 ชั่วโมง
  9. ไม่ทานยาแก้อักเสบก่อนบริจาค 1 สัปดาห์
  10. ไม่ได้รับเลือดจากผู้อื่นมาระยะ 6 เดือน
  11. ไม่ได้รับวัคซีนภายใน 14 วัน เซรุ่มภายใน 1 ปี
  12. ไม่ได้มีสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่มิใช่คู่สมรส
  13. มีการนอนหลับสนิท ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
  14. ไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อการบริจาคโลหิต เช่น กามโรค โรคติดเชื้อต่าง ๆ ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ หยุดยาก โรคเลือดชนิดต่าง ๆ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ มะเร็ง หรือโรคอื่นๆ
  15. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือสำส่อนทางเพศ ได้แก่ ท่านหรือคู่สมรสของท่าน เคยมีเพศสัมพันธ์กับหญิงหรือชาย ที่ขายบริการทางเพศ หรือ มีเพศสัมพันธ์แบบชายรักชาย
  16. ไม่ทำการเจาะหู สัก ลบรอยสัก ฝังเข็มในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
  17. ไม่มีประวัติติดยาเสพติด หรือเคยเป็นผู้ที่เสพยาเสพติดโดยใช้เข็มฉีดยา
  18. ไม่เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์
  19. สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์หรือ ให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  20. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค
  21. รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม

 

การบริจาค

เมื่อถึงหน่วยบริจาครับบริจาคโลหิต

จะมีผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน นำใบกรอกเพื่อเขียนประวัติของผู้บริจาค

และเซ็นชื่อยินยอม และยอมรับว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง

เมื่อกรอกเรียบร้อยจะถึงขั้นตอนการวัดความดัน และตรวจโลหิตขั้นต้น

เพื่อคัดกรองโลหิตในขั้นต้น และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริจาคเอง

หลังจากนั้นผู้บริจาคจะถูกพามานอนบนเตียงบริจาคเพื่อเจาะเข็มเข้าเส้นเลือด

เพื่อนำโลหิตใส่ยังถุงโลหิต เป็นจำนวน 350 - 450 มิลลิลิตร

เจ้าหน้าที่นำเข็มเจาะออก ควรนอนพักเพื่อปรับสภาพสักครู่

เมื่อลุกออกจากเตียง ควรรับอาหารว่าง

ที่ทางหน่วยบริการจัดเตรียมไว้ ซึ่งหลักๆ ได้แก่ (น้ำแดง)

และ ขนมที่ทำมีธาตุเหล็ก พร้อมทั้งรับ ธาตุเหล็กกลับไปรับประทาน

 

การปฏิบัติตัวหลังการบริจาค

หลังจากการบริจาคโลหิตแล้ว ผู้บริจาคควรปฏิบัติตนหลังการบริจากตามคำแนะนำ

เพื่อประโยชน์ของผู้บริจาคเอง ดังนี้

  • ดื่มน้ำมากกว่าปกติหลังบริจาคเป็นเวลา 2 วัน
  • งดออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อหลังการบริจาค หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า
  • ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานใช้แรง หรือใช้กำลังมาก ควรหยุดพักหนึ่งวัน
  • รับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก
  • หลีกเลี่ยงการใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง

 

 

ประโยชน์ในการบริจาคละ เป็นยังไง ?

  1. ได้รับความภาคภูมิใจ ในการบริจาค
  2. ได้รับทราบกรุ๊ปเลือด ของตนเองในระบบ ABO และ ระบบ RH
  3. เสมือนได้รับการตรวจสุขภาพร่างกาย เนื่องจาก โลหิตที่ได้รับบริจาค ต้องผ่านกระบวนการในห้องปฏิบัติการ หากเป็นโรคร้ายแรง ทางสภากาชาดจะส่งเอกสารข้อมูลไปยังที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้
  4. ช่วยชีวิตผู้อื่นที่ต้องการเลือด เป็นการใช้ชีวิตต่อชีวิต

 

เห็นไหมว่าเป็นยังไง กับบริจาคเลือดเนอะ

ส่วนใครอยากรู้เพิ่มเติมไปดูหน้าที่เว็บสภากาชาดไทย 

ได้เลยจ้า

 

ส่วนใครไปบริจาคกันแล้ว ก็บอกเล่ากันได้เนอะผ่าน FB Page กันได้เลย

ที่ https://www.facebook.com/tomnizoplace เลยจ้า

อ่อ ส่วนผมต้องพักผ่อนก่อนละ เดี๋ยวให้เลือดไม่ได้ ไปละครับบบบ

 

Comment

Comment:

Tweet